| wuttisak님의 프로필***I'm HerE ในวงกลมนี้พื...사진블로그리스트 | 도움말 |
|
|
11월 30일 ปวดท้องงงงงงงงงงปวดท้องมาก จนจะทนไม่ไหวแล้ว เหงื่ออออก ขนลุก หมดแรง
เป็นไรว่ะนี่กุ จะอยู่ธรรมดาๆให้ถึงวันที่นัดก็ไม่ได้เหรอนี่
ไม่ไหวแล้ว โอ๊ย.............. 11월 29일 ได้อะไร จากการนอนรพ. บ้างหว่า... -ได้อ่านหนังสือ จบไปหนึ่งเล่มกกะอีกเกือบครึ่ง ไม่นับหนังสือพิมพ์ -ได้อยู่กะตัวเองมากขึ้น คิดอะไรๆได้เยอะขึ้น (แม้จะมีคนมาคอยวัดความดัน และอุณหภูมิเป็นระยะๆก็เหอะ) - ได้หลีกหนีจากเรื่องราวมากมาย ข่าวสาร ผู้คน งานการ - ได้นอนเยอะมาก เรียกว่านอนจนเบื่อ - ได้รู้ว่าเราก็ยังมีคนห่วงใย แม้บางคนเราอาจลืมนึกถึงเค้าไปแล้ว แต่เค้ากลับนึกถึงเรา - ได้รู้ว่าชีวิตไม่แน่นอน (โอ้ว ปรัชญาซะงั้น) ใช้ชีวิตเต็มที่ได้ยังไม่ถึง30ปีเลย ถูกเบรกซะแล้ว - ได้รู้ว่าการรอบเมลล์ตอบกลับนี่มันตื่นเต้นแค่ไหน (สองวันก่อนออกรพ.แทบไม่ได้นอนเลย รออ่านแต่เมลล์) - ได้รู้ว่าช่วงเวลา ช่วงชีวิตที่ร่างกายแข็งแรง ปกติ มันมีค่าแค่ไหน - ได้รู้ว่าสุดท้ายแล้วเราควรจะรักและห่วงตัวเราเองที่สุด และคนที่รักและห่วงเรามากที่สุดก็คือญาติเราเอง - ได้รู้ว่าคำว่า"คนไข้ต้องการกำลังใจ" มันเป็นยังงัย ไม่อยากให้ใครมาหา และมาเยี่ยม เพราะกลัวเค้ารำบาก แต่จริงๆแล้ว ต้องการให้มีคนมาเยี่ยมใจจะขาด ขอบใจนะชมพู่ ขอบใจจริงๆที่ดูแลแค้า - ได้รู้ว่าสุดท้ายเค้าก็ไม่มีค่าสำหรับตัวจริงๆด้วย แต่ไม่เป็นไรหรอก ถึงเค้าไม่มีค่ากับตัว แต่ตัวก็ยังมีค่ากับเค้าอยู่ดีนะ เยอะแยะมากมาย... เรื่องมันเยอะจนไม่รู้จะเริ่มที่เรื่องอะไรก่อนเลย ไปนอนรพ.มาอีกแล้ว (คราวที่แล้วยังเขียนเรื่องการนอนรพ.ไม่เสร็จเลย ต้องกลับไปอยู่รพ.อีกแล้ว) คราวนี้นอนนานที่สุดในชีวืชิตเลย (ณ ตอนนี้) ซัดไปสองอาทิตย์เต็ม เริ่มจากปวดท้อง อีกแล้ว ไข้สูง พอถึงรพ ก็โดนจับแอดมิดทันที โดยหมอแจ้งอาการเบื้องต้นว่า ไตวาย หัวใจจะวาย ความดันตำ เสียน้ำมาก โอ๊ย อาการจะอะไรเยอะแยะเนี่ย ตลอดสองสัปดาห์บนเตียงคนไข้ ก็ทำให้ได้อะไรมากอยู่ ทั้งการรักษาแบบ cut down ซึ่งเป็นการฝังสายน้ำเกลือจากตรงแขนให้ปลายสายไปโผล่แถวๆหัวใจ เรียกว่าแทงที่แขน ทะลุถึงหัวใจ ได้แผลมาเป็นที่ระลึก เป็นลอยเย็บ 4 เข็มแบบชิลๆ การต่อสายฉี่ โอ้ว เกิดมาไม่เคยคิดว่าจะต้องโดน โดนจนได้ อะไรที่เป็นของลับ ความลับ มันไม่ลับอีกต่อไป โดนจับแก้ผ้าเช็ดตัว เป็นอะไรที่สุดจะบรรยายจริงๆ ยิ่งตอนอยู่ชั้นอายุรกรรมชายรวม ผู้ช่วยพยาบาล ทำงานบริการเหมือนถูกบังคับ เป็นอะไรที่จำไม่ลืมจริงๆ แต่การได้นอนห้องเตียงรวม มันก็ทำให้เราได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง เห็นลูกหลานที่ตั้งใจดูแลเอาใจใส่คุณตาที่นอนไม่รู้สึกตัว หายใจโดยใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นอ๊อปชั่นหลัก เค้าดูไม่มีความเหน็ดเหนื่อยเลย แววตาที่เราเห็น บางทีก็แอบดีใจแทนคุณตาที่นอนอยู่ว่าเค้าช่างโชคดีจริงๆที่มีลูกหลานแบบนี้ ทำให้อดนึกถึงคุณตาของเราไม่ได้เลย คุณตาที่เรารักมาก ท่านจากเราไปเร็วจริงๆ คนไข้บางคนก็นั่งๆนอนๆ เหมอๆบนเตียงคนไข้ เพราะไม่มีใครมาเยี่ยม ใช้เวลาอยู่ที่ตึกอายุรกรรมชายได้ซักระยะ ก็ถูกย้ายขึ้นห้องพิเศษประกันสังคม(ห้อง5เตียง มีแอร์) เนื่องจากสภาพร่างกายดีขึ้น ได้ถอดสายฉี่ออกแล้ว เย้ๆๆ แต่ยังมีสายน้ำเกลืออยู่ การใช้ชีวิตช่วงนั้นจึงมีรัศมีทำการแคบมาก แค่ระยะ 1สายน้ำเกลือเท่านั้น จะไปเข้าห้องน้ำ จะอาบน้ำ ก็ต้องลากมัน(เสาน้ำเกลือ)ไปด้วยตลอด ประหนึ่ง มีแฝดตัวติดกันงอกขึ้นมา การนอนรพ. ทำให้เราได้เจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานาน ทำให้รู้ว่า ยังมีคนนึกถึงเราอยู่บ้าง ชมพู่ทำหน้าที่น้องสาวได้ดีมาก เค้ารู้นะว่าตัวเหนื่อย ตัวลำบาก ที่ต้องมาดูแลเค้าทุกวัน ตลอดสองสัปดาห์ เค้าขอโทษจริงๆที่ต้องมาเป็นภาระตัวเอง เค้าสัญญานะว่าเค้าจะตอบแทน ทุกอย่างกับตัว แม่ โตโต้รู้นะว่าแม่ห่วงโตโต้มาก แม่โทรมาแทบจะทุกวัน ทุกเวลาหลังอาหาร โตโต้อยากบอกแม่นะว่า โตโต้ไม่เคยรำคาญแม่นะ แต่ที่ถามคำตอบคำเรื่องอาการหนะ เพราะตัวโตโต้เองก็ไม่รู้อาการเหมือนกัน บวกกับคงหงุดหงิดจิตตกด้วยมั้ง ที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในรพ.นานๆแบบนี้ โตโต้ขอโทษนะคับถ้าทำให้แม่ต้องเสียใจ พ่อ ลงทุนนั่งรถมาเฝ้าไข้ ทั้งๆที่พ่อก็ทำงานเหนื่อย งานเยอะ ดีใจจังที่มีพ่อเป็นพ่อนะ จากการที่พยายามอยากรู้อาการตัวเองก็สรุปได้คราวๆว่า ติดเชื้อในกระแสเลือด สารเห็นเกิดจากการเป็นนิ่วในถุงน้ำดี ได้ไปใช้เครื่อง MRI เครื่องแสกนแม่เหล็กไฟฟ้า ที่มีลักษณะเป็นอุโมค์ เห็นแอท บอกเป็นการแสกนที่ีไฮเทคสุดแล้วตอนนี้ (ไม่รู้โชคดีรึโชคร้ายว่ะเนี่ย) การรักษาคือให้ยาปฏิชีวนะ สองสัปดาห์(ไม่รวมยากินหลังจากออกรพ.มาแล้วอีกแผงใหญ่) จึงเป็นเหตุที่ต้องมีสายน้ำเกลือติดตัวอยู่ตลอดเวลา แล้วก็รอเวลา รอร่างกายพร้อม เพื่อรอ ผ่าตัด!!! ใช่แล้ว "ผ่าตัด" ต้องตัดถุงน้ำดีทิ้ง นี่คือความเห็นของคุณหมอศัลยกรรม แต่เด๋วก่อน ถ้าคิดจะผ่า รับไปเลยสิทธิการตัดม้ามมมมมม เฮ้ยยยยย (นี่คือความเห็นหมอโรคเลือดที่เรากะชมพู่เรียกว่าหมอ D&G ตามเข็มขัดที่หมอใส่) บร้าไปแล้วหมอออออออออ ผ่าตัดแมร่งยังจะเสือกมีโปรโมชั่น สงสัยใกล้ปีใหม่หมอเลยให้เป็นของขวัญ แค่ตัดถุงน้ำดีก็กลัวจะตายห่า อยู่แล้ว พิการแล้วนะเนี่ย ไม่ครบ32แล้ว ยังจะตัดม้ามอีก นี่เข้าขั้นพิการซ้ำซ้อนเลยนะเนี่ย เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองปอดแหกก็ตอนนี้แระ เฮ้ออออออ มีเวลาใช้ชีวิตครบ 32 อีกแค่ไม่กี่วันเอง (ว่าแต่32นี่มันนับถุงน้ำดีด้วยป่าวหว่า) 11월 9일 วันที่ฉันไม่สบายหลังจากมาสัญญาณเตือนมาจากร่างกาย ว่าใช้ชั้นหนักไปแล้วนะช่วงนี้ ตั้งแต่ตอนขายเจ ที่ทำงานแบบเข้าใจ ซึ้งถึงคำว่า "เหนื่อยแทบขาดใจ" ทำงานใจแทบขาด มันเป็นอย่างนี้ นี่เอง ขายของ ยกของ เสิร์ฟอาหาร ยกโต๊ะ ทอดของ กวาดร้าน เก็บขยะฯลฯ เราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำสิ่งนี้นี่หว่า ป่วยซะงั้น แต่ก็พักแค่วันเดียว ก็ฝืนกลับไปทำงาน และแล้ว สิ่งที่ไม่คาดคิดก็มาถึง.... วันที่ 28 ตค มีอาการปวดท้องแต่เช้า แต่ก็คิดว่า โรคกระเพาะเหมือนเคยๆ แต่พอเที่ยงเริ่มกินข้าวไม่ได้ (แต่กินโค้กซะงั้น อดมาเป็นเดือน) แล้วพอบ่าย ไปดูโรงงาน เริ่มมีอาการปวดท้อง + ตัวร้อน บ่ายสามเริ่มไม่ไหว มานอนพักห้องแอร์กะว่าจะดีขึ้น หนักกว่าเดิมอีกทีนี้ หนาวจนถึงกระดูก ตอนนั้นรู้ตัวแล้วว่า หนักแน่คราวนี้ ถูกส่งรพ ในสภาพที่เดินแทบไม่ไหว ตัวที่ปกติออกเหลืองๆ กลับกลายเป็นสีเขียว นั่งรถเข็นคนไข้ ครั้งแรก ให้อ๊อกซิเจน ครั้งแรก นอนเตียงคนป่วย แล้วมีคนเข็นไปมาครั้งแรก การนอนเตียงคนป่วยแล้วมีคนเข็นไปไหนมาไหน นี่มันให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่จริงๆ แม้ตอนนั้นสภาพเกือบไม่มีสติ มุมมองที่หันหน้ามองเพดานแล้วเลื่นไปมาตามแรงเข็น เจ๊ง + น่ากลัว ไปอีกแบบ ถ้าเคยดูห้าแพร่งจะเข้าใจ ที่รพ.สมเด็จ โดนเลือด กับ น้ำเกลืออย่างหล่ะ 1 เรียกว่ารักษาแบบประทั้งชีวิต ระหว่างรอห้อง นั่น ห้องเต็ม เหลือแต่ห้องรวม เชี่ยแล้วงัย ขนาดกุนอนฉุกเฉินยังไม่มีใครมาสนใจเลย ยังไม่ก็ไม่นอนห้องรวม เหมือนพระเจ้ายังเข้าข้าง พอพี่นัทรู้เรื่องเลยสั่งย้ายรพ ให้ไปสมิติเวท แล้วบริษัทออกค่ารักษาให้ ซักพักรถรพ.สมิติเวทมารับ โอ้ว การนอนในรถพยาบาล แล้วคนขับเปิดไซเรนนี่ ช่่างวังเวงดีแท้ นอนมองถุงเลือดตัวเองไกวไปมา พอถึงสมิติเวท โอ้ว รพ.เอกชน มันบริการดีจริงๆ เรียกว่าบริการยังกะพระเจ้า ไม่ต้องรอไรเลยนอกจากรอหมอ ไปถึงก็พาไปอัลตร้าซาว เจาะเลือด พยาบาลก็มีแต่น่ารักๆ ต่างกะรพแรก ฟ้า(ระดับชั้นบรรยากาศ)กับดิน(คงประมาณแกนโลกอะ) 10월 19일 book fiar มาแล้วววเมื่อวานไปบุ๊คแฟร์มา ตั้งใจจะไปซื้อคู่มือไฟนอลคัท
ปรากฎว่าเดินทั้งงาน ไม่ได้เลย นอกจากไม่ได้แล้ว
คนขายยังไม่รู้จักอีกตะหาก
" Final Cut " แปลว่า ตัดแล้วจบ
แต่เรา ยังไม่ตัดก็จบ
กรูจะใช้เป็นมั๊ยเนี่ยยยยยยยยย
เครื่อง Mac นี่มันใช้ลำบากจริงๆ
ดีนะไม่มีปัญญาซื้อใช้เอง
เอาน่ามีบุญได้ใช้แล้วคงไม่อยากเกินไปอะมั๊ง...
ในเมื่อหนังสือเรื่องงานหาไม่ได้
ก็หาหนังสือที่ชอบๆดีกว่า
รู้สึกว่า ช่วงนี้ ไม่ได้อ่านหนังสือเลย เริ่มโง่ๆ
มีหยิบหนังสือเก่าๆมาอ่านบ้าง แต่ก็อ่านให้หลับ
แต่ไอ้หังสือที่กะอ่านให้หลับ ก็เสือกอ่านเพลินจนไม่หลับ
หนังสือกูของพี่โน๊ตนั่นเอง
ตั้งใจซื้อแค่เอามาติดกระเป๋าเวลาไปไหน
สุดท้ายได้มา 3+1 เล่มซะงั้น
จากบู๊ต A Book ล้วนๆ
เหอะๆ ของงานบุ๊คแฟร์ปีที่แล้วยังอ่านไม่หมดเลย 555+
หนังสือพอกหางหมูซะแล้ว
แต่ก็เป็นการพอกที่รู้สึกดี อย่างน้อยก็รู้แระ ว่าว่างๆจะทำอะไร |
|
||
|
|